Wednesday, July 22, 2015

เรื่องเล่าจากศาลเด็กและเยาวชน

เมื่อหลายวันที่ผ่านมา... มีโอกาสได้ไปดูการให้คำปรึกษากับเยาวชนผู้ที่กระทำผิดและผู้ปกครองของเยาวชน  ที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง  โดยผู้ใหญ่ใจดีหลายๆท่านให้โอกาสและเห็นถึงความตั้งใจของโอ๋  ต้องขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะค่ะ

มีหลายต่อหลายอย่างที่โอ๋เองก็รู้ และหลายต่อหลายเรื่องก็สร้างความประหลาดใจให้โอ๋เช่นกัน

กรณีที่จะนำมาแบ่งปันคือ เด็กคนนี้กระทำผิดเนื่องจากรับซื้อของโจร หรือง่ายๆคือ ซื้อของที่เค้าขโมยมา 

เมื่อทนายความสมทบได้คุยกับเด็กคนนี้และถามว่าคิดยังไงถึงได้ซื้อมา ปกติของหลักหมื่นแต่เขามาขายเรา 3 พันบาท เราไม่สงสัยหรอ?

คำตอบคือ "ไม่เลย ไม่คิดสงสัยอะไรเลย  แค่อยากได้เลยซื้อมา"

และเมื่อได้คุยกับแม่ที่มาด้วยพบว่า
พ่อและแม่ทำงานอย่างหนักออกจากบ้านเช้ามืด (ลูกยังไม่ตื่น) กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำ (ลูกหลับไปหล้ะ) ทำให้ไม่ค่อยได้พบกัน  ในแต่ละวันก็จะให้เงินค่าขนมไว้  (ซึ่งพี่บอกได้เลยว่ามากโขสำหรับเด็กวัยนี้)

และเมื่อถ้าแม่ว่าเหนื่อยขนาดนี้เพื่ออะไร?
แม่ตอบว่า "เค้าเคยลำบากมากก่อนกว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้  จึงอยากให้ลูกไม่ลำบากเหมือนเค้า  ยอมทำงานอย่างหนักเพื่อครอบครัว เพื่อลูก

มาถึงตรงนี้คงไม่ต้องถามต่อใช่มั๊ยคะ ว่าเพราะอะไร?  ทุกคนคงตอบได้ว่า "เพราะความรักนั้นเอง"

แต่ในมุมกลับกัน เมื่อถามลูกว่าที่แม่ทำงานขนาดนี้รู้มั๊ยว่าแม่เหนื่อย? 
คำตอบที่ได้รับแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย... "ไม่รู้"

โอ๋มีความเชื่อสุดๆ เลยว่า "ทุกสิ่งที่พ่อแม่ทำให้กับเรานั้น เค้าทำด้วยความรักที่มีต่อเราทั้งสิ้น"  แต่การแสดงออกอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับครอบครัว ขึ้นอยู่กับบุคคล

และโอ๋อยากจะบอกลูกๆ ในฐานะโอ๋ก็เป็นลูกคนหนึ่งเหมือนกันว่า "แม้ว่าสิ่งที่พ่อกับแม่ทำให้กับเรา มันอาจจะเป็นสิ่งที่เราต้องการหรือไม่ก็ตาม  อยากให้ระลึกไว้เสมอว่าท่านรักเราเสมอ และการแสดงออกถึงความรักนั้นอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับที่เราต้องการที่เราอยากให้เป็น"

และสิ่งที่อยากจะแบ่งปันกับพ่อกับแม่และลูกๆคือ สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจจะไม่เรื่องการหาเงิน แต่เป็นเรื่องเวลา  เวลาที่มีคุณภาพ ไม่ต้องมากไม่ต้องมาย ขอให้มีอย่างสม่ำเสมอ  เวลาที่อยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน  และพูดคุยสาระทุกข์สุขดิบกัน

โอ๋เชื่อนะว่า  ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง  และไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น

ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุข

#วัยรุ่นโตแล้วคิดเป็น

No comments:

Post a Comment