Monday, September 14, 2015

"เเค่รู้สึกว่ามันใช่.... แต่ไม่คิดว่าสิ่งนั้นจะเป็นเรื่องจริง"

"เเค่รู้สึกว่ามันใช่.... แต่ไม่คิดว่าสิ่งนั้นจะเป็นเรื่องจริง"

เคยมีความรู้สึกนี้กันมั๊ย?
เจอเหตุการณ์บางอย่างแล้วมันส่งผลต่อจิตใจ... แต่ก็บอกตัวเองว่า "เราคงคิดไปเอง มันคงไม่เป็นแบบนั้นหรอก เราคิดมากไปเอง" เคยเป็นกันมั๊ย?

แต่ไม่น่าเชื่อ!!!
ยิ่งกว่าหมอดู สิ่งนั้นที่รู้สึกเป็นจริงซะงั้นเลย
สะเทือนใจเล็กๆ อย่างบอกไม่ถูก

แต่ประเด็นที่อยากจะแบ่งปันคือ
"เราจะรับมือกับสิ่งที่มากระทบใจเราอย่างไร?"

โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่ที่ทำก็คือ
ยิ่งอยากลืมก็ยิ่งคิด ยิ่งทุกข์ ยิ่งแย่ ยิ่งตอกย้ำและยิ่งจำเเม่นกว่าเดิมอีก
แต่ที่โอ๋อยากบอกคือ อย่าพยายามลืม ให้อยู่กับมันนั่นแหละ... และเราก็ใช้ชีวิตของเราตามปกติ ทำสิ่งต่างๆที่เราอยากทำ เปลี่ยน "จุดโฟกัส" แล้วระยะเวลาจะช่วยเราได้

... มันเป็นกลไกธรรมชาติ
... มันเป็นกลไกของสมอง
อย่าพยายามลืม สิ่งที่เราไม่อยากจำ

เปลี่ยนจุดโฟกัส...
เมื่อเราผ่านมาได้...
เราจะรู้เลยว่าเราเข้มแข็งได้มากกว่าที่เราคิดเยอะเลย
เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนผ่านพ้นเรื่องที่มากระทบใจอย่างเข้มเเข็งนะคร๊าบบบ



#โปรดติดตามต่อต่อไป
#เปลี่ยนมุมแล้วมองใหม่
‪#‎iAmPannaphasr‬



Tuesday, August 25, 2015

มองเห็นอะไรกันเอ่ย?

มองเห็นอะไรกันเอ่ย?

บอกตรงๆจากใจเลย... เเว๊บแรกโอ๋มองเห็นจุดดำ  มันช่างเด่นชัดอยู่บนพื้นหลังสีขาว

และโอ๋ก็ได้ใช้ชีวิตโดยมองจุดดำ โดยเฉพาะของคนอื่นตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้นยังทำพฤติกรรมตามจุดดำของคนอื่นโดยอัตโนมัติ ทั้งๆที่รู้ว่ามันแย่อีกต่างหาก 

ปากก็บอกว่ามันไม่ดี แต่กลับทำตาม... เอ๊ะยังไงกัน? 

พอทำแล้วก็รู้สึกไม่ดี รู้สึกผิด แล้วก็โทษตัวเองต่างๆนานา  แต่ก็ยังทำ... ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

จนมาถึงวันนี้ โอ๋ได้คุยกับตัวเอง เถียงกับตัวเอง วิเคราะห์กับตัวเอง... (คงไม่คิดว่าโอ๋บ้ากันใช่ป่ะ?)

แล้วถามตัวเองว่า... พอได้รึยังกับสิ่งเหล่านี้
พอได้รึยังกับความดีจอมปลอม
พอได้รึยังกับการสร้างภาพให้ตัวเองดูดี
พอได้รึยังกับการหลอกลวง โดยเฉพาะกับตัวเอง

เราจะไปสอนใครได้ถ้าเรายังไม่รักตัวเองอย่างแท้จริง

เราจะไปสอนใครได้ถ้าเรายังไม่เคารพตัวเองเลย

เราจะไปสอนใครได้ถ้าตัวเราเองยังไม่ซื่อสัตย์แม้กระทั่งตัวเอง

จนได้คำตอบกับตัวเองว่า
"มันถึงเวลาแล้วที่โอ๋จะปฏิวัติตัวเองใหม่"

"มันถึงเวลาแล้วที่เราจะรักและซื่อสัตย์กับตัวเราเองอย่างแท้จริง"

"มันถึงเวลาแล้วที่จะทำตามพื้นที่สีขาวอันกว้างใหญ่"

"มันถึงเวลาแล้วที่เราจะพูดได้อย่างเต็มปากเวลาไปบอกใคร สอนใคร"

"มันถึงเวลาต้องเผชิญสิ่งที่เราหลีกหนี ไม่ยอมรับกับมันมาตลอดชีวิต"

"มันถึงเวลาแล้ว"

มองพื้นที่สีขาว... โฟกัสจุดดีของคนอื่น
มองจุดดำของตัวเอง... และเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น

ถึงเวลาแล้ว

#ฉันโตแล้วฉันคิดเป็นนะ


Wednesday, August 19, 2015

>>ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณ<<

วันนี้ (19 สิงหาคม 2558)
เป็นวันที่โอ๋มีความสุขมากๆๆ

หลังจากที่ได้รับโอกาสให้จัดอบรมให้กับเยาวชน (ที่พลาดพลั้ง)
โอ๋ทั้งตื้นเต้น ดีใจ แล้วก็แอบเครียดอยู่หลายวัน คิดแล้วคิดอีก หาข้อมูลเพิ่มเติมว่าโอ๋จะเข้าไปช่วยเด็กเหล่านี้ได้ยังไง
แล้วก็แอบหวั่นๆ อยู่ในใจ (แอบกลัวๆ เล็กๆ) เนื่องจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ได้ยินมา

แต่เป็นเพราะเสียงลือเสียงเล่าอ้างเหล่านั้น ทำให้โอ๋เตรียมตัวแล้วเตรียมตัวอีก และตั้งรับกับสิ่งที่จะเจอล่วงหน้า 555

เริ่มตั้งแต่เจอเข้าไปในสถานพินิจ เห็นบรรยายกาศภายในเงียบสงบ มีจัดอบรมให้เด็กบางส่วนอยู่ด้วย

เดินมาเรื่อยๆๆ จนถึงโรงยิมสถานที่ที่จัดอบรมให้เด็กๆกลุ่มนี้ (เค้าบอกว่าเป็นกลุ่มพิเศษมากๆ)  มีเด็กบางส่วนมาเก็บกวาดสถานที่ และเด็กส่วนใหญ่กำลังทยอยๆกันมา

เมื่อถึงเวลาแสดงจริง... โอ๋เริ่มต้นทักทายด้วยความตื้นเต้น ปนกับทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เพราะรู้สึกถึงสภาวะสูญญากาศระหว่างตัวเองกับเด็กๆ

สิ่งที่ทำได้ตอนนั้นคือ... การแสดงต้องดำเนินต่อไป พร้อมกับปรับกลยุทธ์ของตัวเอง แล้วช่วงเวลานั้นเองมีหลายสิ่งที่ชาญ (เป็นทั้งเพื่อน ทั้งโค้ช ทั้งครูของโอ๋) เคยบอกแว้บบบบเข้ามา  เพิ่มรอยยิ้มและความเป็นมิตร หลังจากนั้นเริ่มเข้าฟอร์ม ทุกอย่างไหลลื่น แม้เจอสิ่งที่ไม่คาดคิด โอ๋พยายามปรับตัวเเละแก้ไขสถานการณ์ในตอนนั้นได้ดีขึ้นๆ

จากเริ่มต้นที่รู้สึกถึงสภาวสูญญากาศ...
สักพักก็สัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรที่เด็กๆมอบกลับมา...
สัมผัสได้ถึงเเววตาที่เป็นประกายแห่งความหวัง และเด็กๆตั้งใจและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมทุกอย่างดีมากๆๆๆ

แม้ตอนแรกอาจจะเกร็งกันทั้งโอ๋ ทั้งเด็ก แต่สุดท้ายเลย แววตาแห่งความหวัง แววตาแห่งความฝันของเด็กๆทำให้โอ๋มีความสุขมากๆ ความเครียดความเหนื่อยหายไปเป็นปริทิ้งเลย...

โอ๋เชื่อมั่นว่าพวกเขา... สามารถเป็นคนดีของครอบครัว เป็นคนดีของสังคม และสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเขาเองได้

ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ

Tuesday, August 4, 2015

ชาร์จพลังให้ตัวเอง ?

คำถามที่โอ๋เคยถามตัวเองมาหลายต่อหลายครั้ง... และวันนี้ก็มีน้องคนหนึ่งมาถามคำถามนี้กับโอ๋

น้อง: เวลาที่พี่โอ๋นอยด์ หรือรู้สึกว่าตัวเองหมดแรงหมดพลัง พี่โอ๋ทำยังไง?

โอ๋: ตอนนี้ที่ทำอยู่คือเปิด youtube หาเรื่องราวที่ทำให้ตัวเองมีพลัง...

โอ๋: แล้วสำหรับตัวน้องหล่ะทำยังไง?

น้อง: ของผมก็เเค่ได้ขับรถออกนอกเมือง เจอทุ่ง เจอต้นไม้ใบหญ้า ผมก็ดีขึ้นหล่ะ
หรือไม่ก็เข้าป่า เที่ยวธรรมชาติกับเพื่อนๆ เป็นการชาร์จพลังของผมหล่ะ

โอ๋: ถ้าเป็นการพักผ่อนแบบนี้ พี่ยังหาไม่เจอเลยว่าพี่ทำอะไรแล้วรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข พักผ่อนแบบไหนแล้วเรารู้ว่าเป็นการชาร์จพลังของพี่เลย

จากการที่เจอคำถามวันนี้
เลยทำให้คิดว่าโอ๋เจอคำตอบแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ชาร์จพลังให้โอ๋

นั่นก็คือ การที่โอ๋ได้สอน ได้แบ่งปัน ได้ทำให้ผู้คนมีความสุข การที่ได้เห็นผู้คนที่เค้ามีปัญหาและโอ๋สามารถเข้าไปช่วยให้เขาออกจากปัญหา กลับมาเข้มเเข็ง กลับมาเห็นคุณค่าของตัวเอง ทำให้เค้าเห็นทางออก เห็นช่องทางสว่างที่ให้เขาเดินต่อไปได้

"รอยยิ้มแห่งความสุข สายตาแห่งความปีติ สายตาที่มีความหวัง
สิ่งนี่เเหละ คือความสุข
สิ่งนี้แหละ คือการพักผ่อน
สิ่งนี้แหละ คือการชาร์จพลัง
สิ่งนี้แหละ คือรางวัลของชีวิตที่โอ๋ต้องการ

ต้องขอบใจน้องคนนี้มากๆเลยสำหรับคำถาม
ที่ทำให้เเรงบันดาลใจของตัวโอ๋เองกลับมาเข้มแข็ง และชัดเจนมากขึ้น

#วัยรุ่นโตแล้วคิดเป็น

Thursday, July 23, 2015

"เรียนแล้วต้องได้" แล้วจะทำยังไงให้ได้หล่ะ?

วัฏจักรของเราก็คงไม่ต่างกันเนอะ
ที่ยังคงวนเวียนอยู่กับการเรียน เรียน แล้วก็เรียน

แต่วันนี้เราจะเรียนยังไง ให้เราได้ในสิ่งที่เรียนด้วย?

คำถามนี้คิดหนัก... จริงมั๊ย?

พี่ก็ไม่ต่างจากน้องๆ มิหนำซ้ำน้องๆหลายคนยังมีการรับรู้ ความจำ ความเข้าใจในสิ่งที่เรียนเร็วกว่าพี่ซะอีก...

แล้วสำหรับคนที่เป็นแบบเดียวกับพี่หล่ะ... ความจำ ความเข้าใจปานกลางจะทำยังไง?

สิ่งที่พี่ทำมาโดยตลอด (โดยเฉพาะกับวิชาที่พี่ชื่นชอบเป็นพิเศษ 555) ก็คือ การทบทวน

อันนี้เป็นวิธีของพี่นะ... น้องๆอาจจะดูเป็นแนวทางหรือบางคนอาจจะทำได้ดีกว่าพี่ด้วย

คือพี่นำสิ่งที่เรียนมา "จด" ให้  ในกระบวนการนี้พี่จะใช้ความทรงจำระยะสั้นของพี่ (หมายความว่าทำหลังจากเรียนไม่ควรเกิน 3 วัน ไม่งั้นลืมหมด 555)  นึกถึงตอนที่เรียน  จินตนาการไปว่าตอนนี้เราได้ยินอะไร เราเห็นอะไร เราถึงจดออกมาเป็นเเบบนี้

หลังจากนั้นนำมาเรียบเรียง คัดลอก แล้วก็เพิ่มเติมที่ (อาจจะ) ตกหล่น หรือเขียนขยายความเพิ่มเติมจากของเดิมที่เราจดไว้

ในกระบวนการจดนี้ เพื่อเชื่อว่าน้องๆมีเทคนิค ลูกเล่น เพิ่มสีสัน ความสนุกในการจดแน่นอน (^_^)

เมื่อทำจนครบกระบวนการแล้ว ก็อ่านและทำความเข้าใจ (+จินตนาการจะดีมาก) อีกสักรอบ

แล้วจึงนำไปลงมือทำ ซึ่งอาจจะเป็นการทำแบบฝึกหัด หรือแบ่งปันกับเพื่อนๆ ติวให้เพื่อนๆ

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถจดจำและนำไปใช้ได้ดีขึ้น

แบ่งปันวิธีของน้องๆ เข้ามากันนะ
จะได้เป็นแนวทางให้พี่ รวมถึงเพื่อนๆด้วย

#วัยรุ่นโตแล้วคิดเป็น

Wednesday, July 22, 2015

เรื่องเล่าจากศาลเด็กและเยาวชน

เมื่อหลายวันที่ผ่านมา... มีโอกาสได้ไปดูการให้คำปรึกษากับเยาวชนผู้ที่กระทำผิดและผู้ปกครองของเยาวชน  ที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง  โดยผู้ใหญ่ใจดีหลายๆท่านให้โอกาสและเห็นถึงความตั้งใจของโอ๋  ต้องขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะค่ะ

มีหลายต่อหลายอย่างที่โอ๋เองก็รู้ และหลายต่อหลายเรื่องก็สร้างความประหลาดใจให้โอ๋เช่นกัน

กรณีที่จะนำมาแบ่งปันคือ เด็กคนนี้กระทำผิดเนื่องจากรับซื้อของโจร หรือง่ายๆคือ ซื้อของที่เค้าขโมยมา 

เมื่อทนายความสมทบได้คุยกับเด็กคนนี้และถามว่าคิดยังไงถึงได้ซื้อมา ปกติของหลักหมื่นแต่เขามาขายเรา 3 พันบาท เราไม่สงสัยหรอ?

คำตอบคือ "ไม่เลย ไม่คิดสงสัยอะไรเลย  แค่อยากได้เลยซื้อมา"

และเมื่อได้คุยกับแม่ที่มาด้วยพบว่า
พ่อและแม่ทำงานอย่างหนักออกจากบ้านเช้ามืด (ลูกยังไม่ตื่น) กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำ (ลูกหลับไปหล้ะ) ทำให้ไม่ค่อยได้พบกัน  ในแต่ละวันก็จะให้เงินค่าขนมไว้  (ซึ่งพี่บอกได้เลยว่ามากโขสำหรับเด็กวัยนี้)

และเมื่อถ้าแม่ว่าเหนื่อยขนาดนี้เพื่ออะไร?
แม่ตอบว่า "เค้าเคยลำบากมากก่อนกว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้  จึงอยากให้ลูกไม่ลำบากเหมือนเค้า  ยอมทำงานอย่างหนักเพื่อครอบครัว เพื่อลูก

มาถึงตรงนี้คงไม่ต้องถามต่อใช่มั๊ยคะ ว่าเพราะอะไร?  ทุกคนคงตอบได้ว่า "เพราะความรักนั้นเอง"

แต่ในมุมกลับกัน เมื่อถามลูกว่าที่แม่ทำงานขนาดนี้รู้มั๊ยว่าแม่เหนื่อย? 
คำตอบที่ได้รับแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย... "ไม่รู้"

โอ๋มีความเชื่อสุดๆ เลยว่า "ทุกสิ่งที่พ่อแม่ทำให้กับเรานั้น เค้าทำด้วยความรักที่มีต่อเราทั้งสิ้น"  แต่การแสดงออกอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับครอบครัว ขึ้นอยู่กับบุคคล

และโอ๋อยากจะบอกลูกๆ ในฐานะโอ๋ก็เป็นลูกคนหนึ่งเหมือนกันว่า "แม้ว่าสิ่งที่พ่อกับแม่ทำให้กับเรา มันอาจจะเป็นสิ่งที่เราต้องการหรือไม่ก็ตาม  อยากให้ระลึกไว้เสมอว่าท่านรักเราเสมอ และการแสดงออกถึงความรักนั้นอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับที่เราต้องการที่เราอยากให้เป็น"

และสิ่งที่อยากจะแบ่งปันกับพ่อกับแม่และลูกๆคือ สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจจะไม่เรื่องการหาเงิน แต่เป็นเรื่องเวลา  เวลาที่มีคุณภาพ ไม่ต้องมากไม่ต้องมาย ขอให้มีอย่างสม่ำเสมอ  เวลาที่อยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน  และพูดคุยสาระทุกข์สุขดิบกัน

โอ๋เชื่อนะว่า  ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง  และไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น

ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุข

#วัยรุ่นโตแล้วคิดเป็น

Tuesday, July 21, 2015

ข้าวมื้อไหน... ทำให้เราโต?

เคยถามตัวเองรึเปล่า...
ว่าที่เราโตมาทุกวันนี้
เราโตมาจากข้าวมื้อไหน?

เช่นเดียวกันกับเวลาที่น้องๆ เจอปัญหา เจออุปสรรค เจอสิ่งที่น้องๆ ไม่ชอบ  และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  สิ่งเหล่านี้ เมื่อน้องสามารถเอาชนะ (ใจตัวเอง) แล้วผ่านมาได้ ... จะเปรียบเสมือนข้าวที่น้องทานแต่ละมื้อ และทำให้น้องมีทักษะ และความอดทนในการฝ่าฟันมากขึ้นๆ

ในทุกๆวัน น้องจะเจอทั้งสิ่งที่น้องชอบ และสิ่งที่น้องไม่ชอบตลอดเวลา...
เพียงน้องฝึก... ฝึกขอบคุณสิ่งต่างๆ
เพียงน้องฝึก... ฝึกมองหาข้อดีของสิ่งที่พบ
เพียงน้องฝึก... ฝึกหาจุดที่น้องพัฒนาได้

พี่เชื่อว่า... เมื่อน้องโตขึ้น  เมื่อน้องได้ทำในสิ่งที่ชอบ น้องจะมีภูมิต้านทาน มีทักษะ มีความสามารถที่จะผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ และประสบความสำเร็จได้แน่นอน

#วัยรุ่นโตแล้วคิดเป็น